บาทผันผวน หลุดกรอบ 31.00 แตะระดับแข็งค่าสุดรอบเกือบ 5 ปี
บาทผันผวน หลุดกรอบ 31.00 บาท/ดอลลาร์ แตะระดับแข็งค่าสุดรอบเกือบ 5 ปี ขณะที่หุ้นไทยพุ่งแตะจุดสูงสุดรอบ 3 เดือน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท ประจำสัปดาห์ที่ 26-30 ม.ค. 69 โดยระบุว่า เงินบาทแข็งค่าในช่วงแรกตามทิศทางราคาทองคำตลาดโลก แต่พลิกด้านอ่อนค่าช่วงกลางสัปดาห์ หลังดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวจากผลการประชุมเฟดและตลาดทองคำถูกขายทำกำไร ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ขาดแรงหนุนในช่วงก่อนการประชุมเฟด และเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงท่าทีไม่กังวลต่อการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ
ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าหลุดแนว 31.00 ไปแตะระดับ 30.866 ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือนครั้งใหม่ (นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564) อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ซึ่งตลาดประเมินว่า อาจเป็นการเข้าดูแลเพื่อลดความผันผวนของเงินบาทจากทางการ และถูกกดดันต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ร่วงลงจากแรงขายทำกำไร
นอกจากนี้ Sentiment ของเงินดอลลาร์ฯ ยังทยอยฟื้นตัวขึ้นในหลังการประชุมเฟดซึ่งคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% และมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่า เฟดจะยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ ๆ นี้
ขณะที่ คำพูดของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่เน้นย้ำนโยบายดอลลาร์ฯ แข็งค่า ก็เป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน อนึ่ง การที่ไทยติดรายชื่อใน Monitoring List ของรายงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยนของคู่ค้าสำคัญของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังไม่มีผลต่อทิศทางเงินบาทในช่วงปลายสัปดาห์มากนัก
ส่วนสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.00-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทย (8 ก.พ.) ผลการประชุม BOE และ ECB (5 ก.พ.) ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ ตลอดจนดัชนี PMI เดือนม.ค. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ
ส่วนสรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ระบุว่า ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือนช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วนในเวลาต่อมา ทั้งนี้ SET Index ย่อตัวลงเล็กน้อยช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีปัจจัยลบจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นแรงในเวลาต่อมา โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ระดับ 1,344.87 จุดท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ หุ้นกลุ่มพลังงานจากอานิสงส์ของราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้น รวมถึงแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์ที่ถูกขายในช่วงก่อนหน้านี้ ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์หลังจากเฟดมีมติคงดอกเบี้ยในการประชุมนัดแรกของปี พร้อมส่งสัญญาณไม่รีบลดดอกเบี้ย
นอกจากนี้ รายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มไทยเข้าสู่รายชื่อประเทศที่ต้องจับตาใกล้ชิดด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ การปรับตัวลงของดัชนีหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ยังสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางสัญญาณระมัดระวังของนักลงทุนระหว่างรอติดตามการประกาศผู้ถูกเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่โดยปธน. โดนัลด์ ทรัมป์
ส่วนคาดการณ์สัปดาห์ที่ 2-6 ก.พ. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,300 และ 1,285 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,345 และ 1,355 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ข้อมูลตลาดแรงงานเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ การประชุม ECB และ BOE ดัชนี PMI เดือนม.ค. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB